เตาอบปิ้งย่าง พลังงานแสงอาทิตย์

รูปภาพของ นัทธพงศ์
   
 
 
 

หลังจากที่โครงการ เดลินิวส์-SCG ต่อยอดนวัตกร ได้ประกาศผลการตัดสินรางวัลในหัวข้อที่ นวัตกรรมสำหรับการเดินทางที่ประหยัดพลังงาน/พลังงานทางเลือก ไปเรียบร้อยแล้ว ทางคอลัมน์ ต่อยอดนวัตกร ก็จะนำแนวคิดของผลงานที่ได้รับรางวัลและมีความน่าสนใจมานำเสนอกับท่านผู้อ่าน เริ่มกันที่ผลงาน เตา อบ ปิ้ง ย่าง พลังงานแสงอาทิตย์ จากแนวความคิดของ น.ส.พรรณปพร จิตจำรูญโชคไชย นักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนบดินทร์เดชา ที่คว้ารางวัลที่ 1 ในการประกวดประเภทนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น-มัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าปวช.)ได้รับทุนการศึกษาจำนวน 3 หมื่นบาทน้องพรรณปพร บอกถึงแนวคิดของผลงานชิ้นนี้ ว่า ประเทศไทยตั้งอยู่บริเวณเส้นศูนย์สูตร จึงมีปริมาณแสงอาทิตย์ตกกระทบผืนดินมีบริเวณกว้างและมีความเข้มของแสงสูง พลังงานจากแสงอาทิตย์จึงเป็นพลังงานที่ได้จากธรรมชาติที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ จึงมีแนวความคิดที่จะนำหลักการทางวิทยาศาสตร์ตาม ทฤษฎีพาราโบลา การรวมแสงทำให้เกิดความร้อนมาประยุกต์ใช้ ในการการทำเตา อบ ปิ้ง ย่าง พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อใช้ตากแห้ง อบและให้ความร้อนในการปรุงอาหารราคาถูก และปราศจากมลพิษและช่วยลดภาวะโลกร้อน น้องพรรณปพร บอกว่า หลักการของพาราโบลา คือเซตของจุดทุกจุดบนระนาบ ซึ่งอยู่ห่างจากเส้นตรงเส้นหนึ่งบนระนาบและจุดคงที่จุดหนึ่งบนระนาบ นอกเส้นตรงคงที่นั้นเป็นระยะทางเท่ากันเสมอ  ทุดจุด F จะเป็นจุดรวมแสงอาทิตย์ที่ตกกระทบผิวส่วนโค้ง จึงสามารถใช้ประโยชน์จากเส้นความร้อนตกกระทบทุกจุดบนผิวโค้น โดยนำ    มาประยุกต์เป็นเตาปิ้งย่างผิวโค้งการคำนวณความโค้งของพาราโบลาจะใช้สมการ y = 0.035x2+2 เพราะจะได้ส่วนรับแสงลึก เมื่อคำนวณได้แล้วก็จะทำการเจาะตะปูเพื่อยึดโลหะผิวโค้งตามเส้นการคำนวณ ความร้อนจะเกิดขึ้นตามแนวเส้นที่แสงตกกระทบผิวโค้ง และมารวมเป็นจุดเดียวกัน หากต้องการเตาขนาดใหญ่ ก็นำเอากล่องพาราโบลาหลายยูนิตมาเรียงต่อกันเป็นแนวหรือเพิ่มความยาวของแผ่นสะท้อนแสงอาทิตย์ก็จะได้พื้นที่รับความร้อนมากขึ้น นอกจากนี้ในกรณีที่แสงแดดมีการทำมุมและเปลี่ยนแปลงตามทิศทางของการตกกระทบผิวโลก ก็สามารถออกแบบและติดตั้งเครื่องตรวจจับความร้อนที่ผิวโลหะด้านนอก เพื่อให้เส้นรับแสงได้รับพลังงานเต็มที่ ซึ่งถ้าระนาบใดของแผ่นโลหะมีความร้อนสูง ก็จะเคลื่อนที่แกนปิ้ง ย่างไปตามแนวเส้นความร้อน             

  

น้องพรรณปพร กล่าวต่อว่า เตาอบปิ้งย่างพลังงานแสงอาทิตย์นี้ จะมีประโยชน์อย่างมากในพื้นที่ที่ตนเองอาศัยอยู่ เนื่องจากในเขตหนองจอกมีการจับปลากันมากและชาวบ้านส่วนใหญ่จะนำปลามาตากแดด ซึ่งต้องใช้เวลาถึง 2-3 วันหรือต้องใช้เชื้อเพลิงในการทำให้ปลาแห้งก่อนที่จะส่งกลิ่นเหม็น แต่หากใช้เตาพลังแสงอาทิตย์จะใช้เวลาเพียง 2-3 ชั่วโมงเท่านั้น ช่วยให้เราประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายได้มาก ด้านคณะกรรมการตัดสิน กล่าวถึงแนวคิดผลงานชิ้นนี้ว่า รู้จักเอาสิ่งรอบๆตัวมาใช้ ถือเป็นแนวความคิดที่เหมาะกับท้องถิ่น โดยเฉพาะในหมู่บ้านชายทะเลที่มีการนำสัตว์ทะเลมาตากแดด เมื่อนำมาใช้แล้วสามารถช่วยลดมลภาวะทางกลิ่นและลดการเน่าเสียของสิ่งของได้ เพราะใช้เวลาตากน้อยลง ในกรณีที่ทำเป็นการค้าก็ช่วยให้สามารถส่งสินค้าได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถพัฒนาต่อยอดได้อีกโดยอาจทำเป็นกระจกปิด เมื่อฝนตกก็ไม่ต้องวิ่งเก็บและยังช่วยไม่ให้แมลงวันตอมสิ่งของที่ตากไว้ด้วย เดลินิวส์ ร่วมกับ เครือซิเมนต์ไทย(SCG) จัดโครงการประกวดงานเขียนเสนอแนวความคิดทางด้านนวัตกรรม(ไม่ใช่การเขียนเรียงความ) ในหัวข้อ นวัตกรรมเพื่อลดปริมาณขยะ  กำหนดรับผลงาน ระหว่างวันที่ 1 ธ.ค.2551-15 ม.ค. 2552 สามารถส่งงานเขียนหรือสอบถามราย ละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานสื่อสารองค์กร อาคารสำนักงานใหญ่ 2 1 บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน)  เลขที่ 1 ถนนปูนซิเมนต์ไทย บางซื่อ กรงเทพฯ 10800 โทร. 0-2586-3776 โทรสาร 0-2586-2974 หรือ อีเมล jirawatj@dailynews.co.th

 

หนังสือพิมพ์ เดลินิวส์ วันอังคาร ที่ 9 พ.ศ. 2551

ผู้เผยแพร่  นาย นัทธพงศ์  วงษ์ปางมูล  โรงเรียนแม่ปะวิทยาคม