นำทาง
ป.4-6
ระบบไหลเวียนเลือด กลุ่มนักวิทยาศาสตร์น้อย
- อ่าน 702 ครั้ง
สนุกคิดวิทยาศาสตร์กับโครงงานท้องถิ่น
- อ่าน 279 ครั้ง
คลิป ของเล่นวิทยาศาสตร์ ทำของเล่นให้เด็กดูกันเถอะ
- อ่าน 1013 ครั้ง
สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สารในชีวิตประจำวัน
- อ่าน 342 ครั้ง
ความรู้รอบตัว 2

มาร์ สโคนิก ผู้ค้นพบยีน บีอาร์ซีเอ 1 และผู้ช่วยของเขา
บีอาร์ ซีเอ 1 คืออะไร เกือบ 4 ปีมาแล้ว ชาร์ลีน คันนิ่งแฮม วัย 25 ปีพบเนื้องอกที่ทรวงอก ต่อมาไม่นานแม่ของเธอตรวจพบมะเร็งที่ทรวงอกเช่นเดียวกัน และตามมาด้วยพี่สาว 2 คนของเธอ ปี 2533 นักพันธุศาสตร์ แมรี่ และแคลร์คิง เมืองเบอร์กเลย์ รัฐแคลิฟอเนีย เปิดเผยว่า มะเร็วทรวงอกชนิดถ่ายถอดนี้เกี่ยวโยงกับยีนโดยเฉพาะ นักวิจัยทั่วโลกพากันศึกษา และในที่สุด กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ 45 คน นำโดยมาร์ก สโคล์นิก แห่งมหาวิทยาลัยยูทาร์ ประกาศการค้นพบและแยกยีนที่ทำให้เกิดมะเร็งทรวงอกแบบถ่ายทอด และให้ชื่อว่า บีซีอาร์เอ 1 ซึ่งอยู่ส่วนใดส่วนหนึ่งของโครโมโซม 17 ได้สำเร็จ นักวิจัยเชื่อว่า ยีนที่เปลี่ยนรูปไปนี้ไม่เพียงทำให้ผู้หญิงไวต่อการเป็นมะเร็งที่ทรวงอก แต่ยังไปเพิ่มอัตราการเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งที่รังไข่ด้วย

มีวิธีพิสูจน์อย่างไรว่าหลุมดำมีจริง
องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งสหประชาชาติ(นาซา) รายงานว่ากล้องดูดาว "ฮับเบิล" ที่ส่งขึ้นไปปฏิบัติกลางอวกาศ สามารถตรวจพบบางสิ่งบางอย่าง ที่น่าพิศวงไปในระยะไกลออกไปถึง 50 ล้านปีแสง ซึ่งอยู่บริเวณที่เรียกว่า กาแลกซี่เอ็ม 87 (50 ล้านปีแสง คือแสงใช้เวลาเดินทาง ภายในเวลา 50 ล้านปี ) บางสิ่งบางอย่างนั้นมีมวลมหาศาลเท่ากับมวลของดวงอาทิตย์ของเรารวมกันถึง 2000 ล้านดวง แต่แออัดยัดทะนานกันอยู่ในพื้นที่แคบๆ เท่ากับระบบพื้นที่ของสุริยะจักรวาล ซึ่งก็คือหลุมดำ เชื่อกันว่า ในจักรวาลที่มีขนาดประมาณไม่ได้นี้มีหลุมดำ อยู่มากมายในหลายๆแกแลกซี่ หลุมดำถูกบัญญัติขึ้นในปี 2510 โดยนักฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยพรินส์ตัน สหรัฐ ชื่อจอร์น วีลเลอร์ เพื่อใช้นิยามความหมายของ บางสิ่งบางอย่าง ในห้วงอวกาศซึ่งเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น แต่มีมวลและแรงโน้มถ่วงหรือแรงดึงดูดมหาศาล สุดจะบรรยาย จนสามารถดูดเอาสิ่งอื่นๆที่อยู่ในรัศมีหายวับเข้าจุดศูนย์กลาง ของมันได้ในพริบตา แม้แต่แสง

โรงงานนิวเคลียร์แห่งแรกของจีนอยู่ที่ไหน
นายกรัฐมนตรีได้ทำพิธีเปิดโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรกของจีน เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2537 โดยเป็นโรงงานที่มีเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ 2 เตา ออกแบบโดยวิศวกรชาวฝรั่งเศส โรงงานนิวเคลียร์แห่งนี้ใช้เวลาก่อสร้าง 7 ปี ตั้งอยู่ที่เกาะต้าหยาใกล้เกาะฮ่องกง และก่อนหน้าที่จะก่อสร้างเสร็จ ชาวฮ่องกงกว่า 1 ล้านคนได้ลงนามคัดค้าน แต่ทางการประชาสัมพันธ์ถึงความสามารถของวิศวกรชาวฝรั่งเศส ซึ่งเป็นผู้นำของโลกทางด้านนี้ ลักษณะของตัวอาคารคล้ายคลึงกับโรงงานนิวเคลียร์ทรี ไมล์ส ของสหรัฐฯ ซึ่งสามารถป้องกันการรั่วไหลของกัมมันตภาพรังสี ในอุบัติเหตุเมื่อปี 2512

เมื่อสหภาพโซเวียตในอดีตผลิตระเบิดปรมาณู ครั้งแรก ต้องซื้อยูเรเนียมจากใคร
บัลกาเรีย ก่อนหน้าปี 2533 บัลกาเรียถือเป็นผู้ผลิตแร่ยูเรเนียมป้อนให้กับสหภาพโซเวียต ได้ส่งออกแร่ยูเรเนียมทั้งหมดให้แก่กลุ่มประเทศที่คอชโลดูย์ ปัจจุบันบัลกาเรียต้องการขายแร่ยูเรเนียมในรูปของเงินสดมากกว่า และประกาศขายแร่ยูเรเนียม 500 ตัน ในคลังวัตถุดิบไปในตลาดทั่วโลก การประกาศขายแร่ยูเรเนียมของบัลกาเรีย ได้สร้างปัญหาให้กับสำนักงานปรมาณูระหว่างประเทศ ซึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบการแพร่ขยายของอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งมีช่องโหว่ของกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุม อาจก่อผลลัพธ์ที่ร้ายแรงจนไม่สามารถควบคุมได้





1. นักบินอวกาศ 7 คนที่เดินทางสู่อวกาศ ด้วยยานเอนเดฟเวอร์ 2. กล้องโทรทัศน์ฮับเบิ้ล 3. ซ้อมซ่อมกล้องโทรทัศน์ใต้น้ำก่อนขึ้นไปซ่อมจริงบนอวกาศ 4. กระจกเว้าของกล้องเสียไม่ชัด 5. กล้องฮับเบิ้ลถ่ายดวงดาวและวัตถุในอวกาศ
วิศวกรผู้เชี่ยวชาญและนักบินรวม 7 คน เดินทางด้วยกระสวยอวกาศ "เอนเดฟเวอร์" สู่อวกาศเมื่อปลายปี 2536 เพื่อทำภารกิจอะไร
ซ่อมแซมกล้องโทรทัศน์ฮับเบิล ซึ่งชำรุดเสียหาย โดยนักบินอวกาศจะออกจากยานไปติดตั้งกระจกสะท้อน เพื่อปรับแก้กระจกเว้าของกล้องให้ใช้การได้ตามปกติ และเปลี่ยนระบบการไจโรอันเป็นระบบการทรงตัวของกล้องโทรทัศน์

นโปเลียนโดนยา
มีผู้สนับสนุนเพิ่มขึ้นในทฤษฎีที่ว่า จักรพรรดินโปเลียนแห่งฝรั่งเศสสิ้นพระชนม์เนื่องจากโดนวางยาพิษ ไม่ใช่สิ้นพระชนม์จากโรคมะเร็งที่กระเพาะอาหาร ในปี 2364 ขณะมีพระชนม์มายุได้ 51 ปี ระหว่างที่ทรงถูกเนรเทศไปที่เกาะเซนต์เฮเลน่า นอกชายฝั่งทางใต้ของทวีปอาฟริกา นักวิทยาศาสตร์ชาวสวีเดนที่ทำการวิจัยเกี่ยวกับเส้นพระเกศา พบว่ามีสารหนูอยู่ในระดับสูง โดยบางตอนพบว่า มีสารหนูอยู่ระดับสูงกว่าปกติ ถึง 10 เท่า และส่วนที่พบมากที่สุดอยู่ที่ตอนปลายของเส้นพระเกศา

ใครเขียนพจนานุกรมอังกฤษขึ้นเล่มแรก
ซามูเอล จอร์นสัน นักเขียนและนักพูด ชาวอังกฤษ ใช้เวลา 8 ปี ในการเขียนพจนานุกรมอังกฤษเล่มแรก ตีพิมพ์ในปี 2298 จอร์นสันเกิดเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2252 ในเมืองริชฟิลด์ เป็นคนรักการอ่านเข้ารับการศึกษาที่มหาวิทยาลัยออกฟอร์ด เมื่อปี 2271

ใครคือคนแรกที่คำนวณหามวลของโลก
การคำนวณหามวลของโลกมีขึ้นครั้งแรกเมื่อต้นศตวรรษที่ 19 โดยเฮนรี่ คาเวนดิส คำนวณโดยใช้กฎแรงโน้มถ่วงของนิวตัน วิธีทางคณิตศาสตร์ของนิวตันกำหนดให้แรงดึงดูดระหว่างวัตถุ 2 ก้อนมีค่าเท่ากับค่าคงที่ G คูณกับผลคูณของมวลทั้งสองก้อน หารด้วยระยะทางระหว่างวัตถุ 2 ก้อนยกกำลังสอง คาเวนดิสคำนวณหาแรงดึงดูดแล้วจึง หาค่า G จากนั้นนำตัวเลขที่ได้ไปใส่ตามสมการของนิวตันและพบว่ามวลของโลกมีค่าเท่ากับ 5.8 เท่าของ เลข 10 ยกกำลัง 21 ตัน

นอสตราดามุส (1503-1566) ได้เคยกล่าวถึง การพุ่งชนของวัตถุนอกโลกไว้ในคำทำนายของเขา



1. ระเบิดครั้งใหญ่ที่สุด ลูกไฟขนาดยักษ์ซึ่งมองเห็นได้นาน 12 นาที หลังดาวหางชิ้นที่ใหญ่ที่สุดพุ่งชนดาวพฤหัสบดี 2. ดาวหางชิ้น H ขณะพุ่งเข้าชนดาวพฤหัส 3. ดาวนพเคราะห์ในระบบสุริยะจักรวาลเรียงจากซ้ายไปขวา ดาวพุธ ดาวศุกร์ โลก ดาวอังคาร ดาวพฤหัส ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัส ดาวเนปจูน และดาวพลูโต
ดาวหางชูเมกเกอร์ เลวี่-9 พุ่งชนดาวพฤหัสเป็นสัญญาณภัยอย่างไร
ดาวหางชูเมกเกอร์ เลวี่ 9 จำนวน 21 ลูกพุ่งผ่านชนดาวพฤหัสอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาถึง 6 วัน (17-22 กรกฎาคม 2537) ความรุนแรงของการชนประทะกันสูงเกินความคาดหมายของนักดาราศาสตร์ รวมทั้ง 21 ลูก มีร่วม 100 เมกะตัน หรืออาจมากกว่านั้น รุนแรงเทียบเท่ากับการระเบิดตกลงมาชนโลกของสะเก็ดดาวเคราะห์น้อย หรือที่เรียกว่า อุกกาบาต ที่ตกลงมาเมื่อ 65 ล้านปี ซึ่งในครั้งนั้นนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า เป็นต้นเหตุให้เกิดการสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์ และเผ่าพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตบนโลกลงกว่า 60 เปอร์เซนต์ ยูยีน ชูเมกเกอร์ หนึ่งในผู้ค้นพบเส้นทางการโคจรของดาวหางชูเมกเกอร์ เลวี่ 9 กล่าวว่า มนุษย์ยังไม่ค่อยให้ความสนใจถึงภัยอันตรายจากห้วงอวกาศนอกโลกนัก แต่ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้เป็นเครื่องยืนยันได้ว่า อันตรายจากวัตถุนอกโลกนั้นมีจริง ตามการคาดการณ์ของเขา มีวัตถุในอวกาศขนาดใหญ่ถึง 2000 ชิ้น ที่มีวงโคจรตัดกับวงโคจรของโลก และมีโอกาส 1 ในพันที่ดาวหาง หรืออุกกาบาต ดวงใดดวงหนึ่งจะพุ่งเข้าชนโลกได้ในอีก 100 ปีข้างหน้า

เครื่องมือดังกล่าวดังรูป มีอายุกว่า 100 ปีแล้ว ใครทายถูกว่าเป็นเครื่องมืออะไร ถือว่าเก่ง ? (เป็นเครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า)
ตอบ เครื่องรับสัญญาณวิทยุระยะไกลเครื่องแรกของโลก ที่มาร์โคนีใช้รับสัญญาณจากระยะไกลข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก เมื่อปี พ.ศ. 2444
- อ่าน 540 ครั้ง
ความรู้รอบตัว 1


พันเอกไดลีน คอลลินส์ วัย 38 ปี คอลลินส์ เป็นผู้บังคับบัญชาการคนที่ 2 และผู้หญิงคนแรกที่ได้รับมอบหมายให้ควบคุมยานดิสคัฟเวอรีของนาซ่า เธอเริ่มศึกษาวิชาการบินเมื่ออายุได้ 19 ปี และในปี 2533 เธอได้เป็นนักบินทดสอบหญิงคนที่สองของกองทัพอากาศสหรัฐ ในการบินไปกับยานดิสคัฟเวอรี่พร้อมกับเพื่อนนักบินอีก 5 คน ครั้งนี้เธอได้นำเอาของที่ระลึกถึงนักบินหญิงต่าง ๆ ติดตัวไปด้วย ซึ่งรวมถึงผ้าพันคอของอมีเลีย เอียฮาร์ท นักบินหญิงคนแรกที่บินเข้ามมหาสมุทรแอตแลติก

ฌากส์ ชีรัก ประธานาธิบดีฝรั่งเศศ ประกาศทดลองระเบิดนิวเคลียร์ด้วยอุปกรณ์จริง ที่ฐานทดลองนิวเคลียร์ ในเกาะมูรูรัว ซึ่งอยู่ใน เฟรนซ์ โปลีนีเซียทางแปซิฟิกใต้ โดยทดลองถึง 8 ครั้ง เริ่มในเดือนกันยายน 2538 ถึงเดือนพฤษภาคม 2539 และหลังจากนั้น ฝรั่งเศสจะลงนามในสนธิสัญญาไม่ทดลองอาวุธนิวเคลียร์ ในปี 2539 กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกรีนพีซ ระบุว่าแรงระเบิดจากการทดลองครั้งที่แล้ว ๆ ได้ทำลายหินฐานรากของเกาะปะหารังรูปวงแหวนอย่างรุนแรงและมีรังสีบางส่วนรั่วไหล ฝรั่งเศส เริ่มการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ครั้งแรกในทะเลทรายซาฮารา ในแอลจีเรียเมื่อปี 2503 สมัยนายพลชาร์ลส์ เอ โกล หลังจากนั้นก็มีการทดลองเรื่อยมา โดยเปลี่ยนฐานทดลองไปยังมหาสมุทรแปซิฟิกใต้ ซึ่งอดีตประธานาธิบดีฟรังซัวส์ มิตเตอร์รองค์ ได้ประกาศหยุดโครงการไปแล้ว เมื่อเดือน เมษายน 2535 ส่งผลให้สหรัฐ อังกฤษ และรัสเซีย พร้อมใจกันหยุดโครงการทดลองปรมาณูของแต่ละประเทศลง มีแต่เพียงจีนประเทศเดียวที่ยังคงทดลองอาวุธของตนต่อไป โดยไม่สนใจต่อประชาคมโลก การตัดสินใจของประธานาธิบดีฌากส์ ชีรัก ก่อให้เกิดเสียงประณามจากนานาประเทศ โดยเฉพาะกลุ่ม 15 ประเทศแปซิฟิกใต้

ใครอยู่เบื้องหลังผลักดันข้อตกลงอิสราเอลคือเยริโกและฉนวนกาซ่าแก่ปาเลสไตน์
สมเด็จพระสันตปาปาจอร์น พอลที่ 2 พระองค์ทรงเป็นผู้ประสานการเจรจาสันติภาพ หลังจากเกิดการฆ่าหมู่ที่เฮบอรน นายยิสซัก ราบิน นายกรัฐมนตรีอิสราเอลได้เข้าพบองค์พระสันตปาปา เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2537

ประธานาธิบดี จิมมี คาร์เตอร์ เป็นผู้ต่ออายุสถานะภาพเอ็มเอฟเอ็นให้จีนเป็นครั้งแรกในปี 2523 สถานภาพเอ็มเอฟเอ็นคือ สิทธิพิเศษในการส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐ ในอัตราภาษีศุลกากรต่ำสุด ซึ่งประเทศคอมมิวนิสต์ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่สหรัฐกำหนด

ใครซื้อดวงตาของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์
ไมเคิล แจ๊คสัน นักร้องเพลงป๊อปชื่อก้องโลก ได้ประมูลซื้อดวงตาของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ผู้ไห้กำเนิดทฤษฎีสัมพัทธภาพที่มาของระเบิดปรมาณูในราคา 5 ล้านดอลลาร์ ดวงตาของไอน์สไตน์ได้ถูกควักออกมาก่อนที่ร่างจะถูกฝังโดยฝีมือของจักษุแพทย์ประจำตัวคือ ดอกเตอร์ เฮนรี อับบรามส์ เมื่อปี 1955 กว่า 40 ปี ที่ร่างของนักวิทยาศาสตร์ยอดอัจฉริยะถูกฝังไว้โดยคนคิดว่ามีอวัยวะครบถ้วนสมบูรณ์ จนกระทั่งความลับนี้ถูกเปิดเผยเพราะมีคนพบดวงตาคู่นี้ในขวดแก้วของห้องนิรภัยของธนาคารรัฐนิวเจอร์ซี่

หลังจากโคจรอยู่รอบดวงจันทร์ตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ถึง 5 พฤษภาคมที่ผ่านมายานอวกาศลีเมนไทน์ของสหรัฐได้ส่งภาพพื้นผิวดวงจันทร์กว่า 1.6 ล้านกว่าภาพและทำแผนที่ส่วนต่างๆที่ไม่เคยได้เห็นมาก่อนกลับมายังโลก ในบรรดาภาพเหล่านั้น ภาพจากด้านไกลของดวงจันทร์แสดงให้เห็นถึงแหล่งอิทเคนทางขั้วโลกใต้ (South Pole Aitken Basin) ซึ่งมีความลึกถึง 12 กิโลเมตร ลึกกว่าแกรนแคนยอนถึง 7 เท่า และลึกกว่าที่นักวิทยาศาสตร์คิดไว้กว่า 2 เท่า นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า เป็นแหล่งหรือหลุมอุกกาบาตที่ลึกที่สุดในระบบสุริยะ ด้วยทุนสร้าง 2 พันล้านบาท เดิมทียานคลีเมนไทน์ ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ทดสอบอุปกรณ์ที่ใช้ในการตรวจหาจรวดขีปนาวุธล่วงหน้า แต่มาภายหลังนำมาใช้การปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ของพลเรือนด้วย
- อ่าน 481 ครั้ง
ประวัติและผลงาน นักวิทยาศาสตร์เอกของโลก
- อ่าน 2585 ครั้ง
'มายากล' สื่อวิทยาศาสตร์น่าสนุก
โดย : ตรีวิทย์ บุญกวีศิลป์
ทันทีที่วิทยาศาสตร์ถูกทำให้กลายเป็นเรื่องไกลตัว จับต้องไม่ได้ ไม่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน เมื่อนั้น วิทยาศาสตร์ก็จะกลายเป็นเรื่องยากที่น่าเบื่อ
Mad science เอกชนที่จัดกิจกรรมเกี่ยวกับวิชาวิทยาศาสตร์สำหรับเด็ก มีแนวคิดว่า ถ้าอยากให้เด็กๆ สนใจใฝ่รู้วิทยาศาสตร์ อันดับแรกต้องทำให้เด็กๆ รู้สึกว่าวิทยาศาสตร์น่าสนุก เป็นเรื่องใกล้ๆ ตัว เพื่อพวกเขาจะรักวิทยาศาสตร์ และนำไปสู่การพัฒนาการเรียนรู้ในแขนงวิชาดังกล่าว
ภูวน ปุราณานันท์ ผู้ดำเนินกิจกรรมของแมดไซส์ กล่าวว่า แมดไซส์จัดกิจกรรมมากมาย เพื่อมุ่งให้เด็กๆ วัย 5-12 ปีรู้สึกรักวิชาวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะช่วงปิดเทอม ซึ่งเป็นช่วงที่เด็กๆ มีเวลาว่าง ทางแมดไซส์ได้จัดค่ายวิทยาศาสตร์แบบไปเช้าเย็นกลับขึ้น ใช้เวลาค่ายละ 5 วัน วันละ 3-4 ชั่วโมง
กิจกรรมค่ายวิทยาศาสตร์ของแมดไซส์ใช้รูปแบบการสอนที่เรียกว่า Inquiring Based Learning โดยจะดึงเด็กให้สนใจเนื้อหา ด้วยการนำประเด็นใดประเด็นหนึ่งมาเป็นแกนให้เด็กสนใจ แล้วสอดแทรกความรู้ทางวิชาการเข้าไป
การสอน วิทยากรจะเริ่มกำหนดประเด็น แล้วตั้งคำถามให้เด็กพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนั้น ให้รู้ว่าเด็กๆ มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องนั้นมากน้อยแค่ไหน ผิดถูกอย่างไร แล้ววิทยากรจะเริ่มกิจกรรมให้ข้อมูลความรู้แก่เด็กๆ ทดลองสาธิตวิธีการอธิบายที่มาที่ไปให้เด็กๆ ได้คิดได้พิจารณาเอง
"อย่างในค่ายวิทยาศาสตร์ 555 วันที่ 4 ใช้ชื่อกิจกรรมว่า มายาน่าฉงน เราจับเรื่องวิทยาศาสตร์กับมายากลเป็นแกน โดยให้เด็กๆ เห็นว่า วิทยาศาสตร์กับมายากลเป็นเรื่องเดียวกัน คือเป็นเรื่องของการทดลอง หรือทำอะไรบางอย่าง เพื่อให้เกิดผลอีกอย่างหนึ่ง ต่างกันตรงที่ วิทยาศาสตร์อธิบายว่าการทดลองนั้น ทำให้เกิดผลอย่างนี้ได้อย่างไร ในขณะที่มายากลไม่อธิบาย แต่เก็บงำไว้ให้คนสงสัย เราจะนำมายากลเหล่านี้มาเฉลยให้เด็กๆ ฟัง เพื่อให้เข้าใจว่าการมองเห็น และการรับรู้ของคนบางครั้งเชื่อถือไม่ได้ และถ้าหากเราเข้าใจหลักการของมันแล้ว เราก็สามารถนำมาใช้เป็นมายากลลวงคนอื่นได้"
เริ่มจากกลง่ายๆ เกี่ยวกับแรงดันอากาศ และแรงตึงผิวของน้ำ ที่ทำให้น้ำในขวดไม่หกออกจากขวดทั้งๆ ที่ขวดคว่ำ กลจุดไฟเผาแบงก์ชุบแอลกอฮอล์ โดยแบงก์ไม่ไหม้ไฟที่เกิดจากระดับอุณหภูมิติดไฟที่ต่ำของแอลกอฮอล์
กลผีสามบาท ที่ทำให้มองเห็นเหรียญบาทสองเหรียญกลายเป็น 3 เหรียญได้ด้วยหลักการภาพติดตา จนถึงกลยากๆ ตื่นตาตื่นใจเด็กๆ อย่างกลเรียกจินนี่จากตะเกียงวิเศษ ที่นำสารเคมี 2 ชนิดมาผสมกันให้เกิดควันสีขาวลอยฟุ้งไปทั่ว
ภูวน บอกว่า "กลบางอย่างที่เด็กๆ พอจะทำเองได้ เด็กๆ จะมีโอกาสได้ลองทดลองทำจริง หลังวิทยากรสาธิตเสร็จ ซึ่งจะมีการสอดแทรกทักษะในการทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์ เช่น ทดลองเกี่ยวข้องกับสารเคมี ห้ามชิมสารนั้นเด็ดขาด การดมกลิ่นห้ามก้มลงดมตรงๆ ต้องใช้วิธีใช้มือพัดกลิ่นจากด้านข้างของหลอดทดลอง เป็นต้น โดยขั้นตอนทั้งหมดตั้งแต่สาธิตจนถึงให้เด็กลองทำเอง เราจะมีการควบคุมเรื่องความปลอดภัยเป็นอย่างดี เราจะไม่ให้เด็กๆ ได้ทำในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับของมีคมหรือไฟเด็ดขาด ในการทดลองที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีเราจะให้เด็กๆ ใส่แว่นตาเสมอ"
การทดลองที่เด็กๆ ได้ลงมือทำด้วยตัวเอง สำคัญต่อกระบวนการเรียนรู้ของเด็ก ซึ่งปกติการทดลองต่างๆ มักจะมีในวิชาวิทยาศาสตร์ของเด็กในโรงเรียนอยู่แล้ว แต่มักจะเป็นการทดลองที่เรียกว่าเป็น "แล็บแห้ง" ซึ่งมักจะมุ่งพิสูจน์ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งเด็กรู้สึกว่าไกลตัว และการทดลองจะเป็นไปตามหน้ากระดาษทุกกระเบียดนิ้ว ทำให้น่าเบื่อ
ต่างกับของทางค่าย ที่จะเน้นให้สนุกสนาน และทำให้การทดลองเป็นเรื่องใกล้ตัว ที่เด็กให้ความสนใจอยู่แล้ว บางอย่างสามารถนำไปประยุกต์เล่นเองเพื่อความสนุกสนานได้ บางอย่างก็เป็นสิ่งที่คิดไม่ถึงว่าจะทำได้จากของรอบๆ ตัว ทำให้เด็กทึ่งและหลงใหลในวิทยาศาสตร์
"น้องซัน" สรวิศ ทรัพย์รุ่งเรือง นักเรียนชั้น ป.6 ที่เข้าค่ายวิทยาศาสตร์ 555 เล่าให้ฟังว่า เคยเข้าค่ายของแมดไซส์มาก่อนแล้วทุกค่าย ติดใจเพราะวิธีการสอนที่สนุกสนาน
"ผมชอบตอนทำกิจกรรมวิศวกรรมรุ่นจิ๋ว ที่ได้ใช้กระดาษหนังสือพิมพ์มาม้วนๆ กัน แล้วทำโดมขนาดใหญ่เท่าห้องเรียน รู้สึกทึ่งมาก ไม่น่าเชื่อว่าแค่กระดาษหนังสือพิมพ์ธรรมดา ที่เห็นทั่วๆ ไปถ้าเรารู้จักใช้มีความรู้ทางวิทยาศาสตร์จะทำได้ขนาดนี้"
สิ่งสำคัญ คือการให้เด็กๆ ได้รับรู้ว่า ไม่ว่าวิทยาศาสตร์จะมีความซับซ้อนและมหัศจรรย์แค่ไหน แต่ก็ไม่พ้นความเข้าใจของเราไปได้
- อ่าน 1519 ครั้ง
รายชื่ออักษรย่อในภาษาไทย
จาก วิกิพจนานุกรม ที่เก็บคำศัพท์เสรี
http://th.wiktionary.org/wiki/รายชื่ออักษรย่อในภาษาไทย
- อ่าน 885 ครั้ง
เทคนิค คิดเลขเร็ว พ่อมดคณิตศาสตร์
เทคนิค คิดเลขเร็ว พ่อมดคณิตศาสตร์
ให้ ลองคิดเลขในใจ แค่บวก-ลบ ยังทำให้หลายคนกุมขมับ ถ้าต้องคูณ หาร แถมยกกำลังด้วย คงต้องหบิยเครื่องคิดเลขมากดกันใหญ่ แต่ถ้าได้เรียนรู้เทคนิค "คิดในใจ" ตามเคล็ดลับ "พ่อมดคณิตศาสตร์แห่งอเมริกา” แล้ว หลายคนคงเก็บเครื่องคิดเลขลงลิ้นชักแน่ๆ
ชาครีย์ เพชรพิเชษฐเชียร
ชา ครีย์ เพชรพิเชษฐเชียร นิสิตปี 4 ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เผยถึงการคิดเลขในใจที่ทำได้เร็วกว่าเครื่องคิดเลข จากเคล็ดลับในหนังสือ "กดเครื่องคิดเลขทำไม ในเมื่อคิดในใจได้เร็วกว่า" ผลงานเขียนของ ดร.อาเธอร์ เบนจามิน (Arthur Benjamin) ซึ่งเขาได้ร่วมแปลกับ พูนลาภ อุทัยเลิศอรุณ ว่าผู้เขียนเทคนิคการคิดเลขได้ตั้งข้อสังเกต คนเรามักทำอะไรจาก ซ้ายไปขวา แต่เรากลับคิดเลขจากขวาไปซ้าย ผู้เขียนจึงเสนอวิธีคิดเลขจากซ้ายไปขวาบ้าง
ตัวอย่างการบวกเลข 2 หลัก
95+38 = ?
วิธีคิดในใจคือ แยกตัวเลขเป็น 2 กลุ่ม คือ (90+30) และ (5+8) แล้วนำมารวมกัน ได้ 133
ตัวอย่างการบวกเลข 3 หลัก
763+854=?
วิธีคิดในใจคือ 800+700 =1,500 แล้วบวก 60+50 ได้ 1,610 แล้วนำไปบวกกับ 3+4 ที่เหลือ ได้คำตอบของโจทย์นี้เท่ากับ 1,617
ส่วนวิธีลบ ชาครีย์บอกว่า น่าจะเป็นวิธีที่คนทั่วไปไม่รู้ เพราะปกติเราจะตัวเลขตั้งแล้วลบ แต่วิธีของ ดร.เบนจามินคือ เปลี่ยนจากตัวเลขลบเป็นบวก (complement)
เช่น -23 มี complement เป็น 77
ตัวอย่างคือ 138-68 ให้เปลี่ยนเป็น (138+32) – 100 จะคิดได้ง่ายกว่า
หรืออีก ตัวอย่าง 857-192 = ? มีวิธีคิดง่ายๆ คือ เปลี่ยนเป็น 857-200 = 657 แล้วบวกด้วย 8 ที่ลบเกินไป จะได้คำตอบ 665
สำหรับวิธีคูณก็คิดจากซ้ายไปขวาเช่นกัน
อาทิ 13x14=? ให้แยกเป็น (13x10)+(13x4) = 130+52 = 182
หรือ 68x49 ให้คิดเป็น 68x50 = 3,400 แล้วลบ 68 ที่คูณเกินมา หรือ 84x21 = ? ให้คิดเป็น 84x20=1,680 แล้วบวกด้วย 84 ที่ยังคูณไม่ครบ
มาถึงเลขยกกำลัง ชาครีย์ได้ยกตัวอย่างการยกกำลัง 2 โดยระบุว่า ให้ปัดตัวเลขเพื่อให้เหลือตัวคูณเพียง 1 หลัก
อาทิ 232 ซึ่งแยกได้เป็น 23x23 ให้ปัดตัวเลขขึ้น-ลงเป็น 26x20 = 520 แล้วบวกเข้ากับจำนวนยกกำลังสองของค่าที่ปัดขึ้น-ลง ซึ่งในตัวอย่างนี้คือ 32 จะได้คำตอบเป็น 529
อีกตัวอย่างคือ 782 ปัดได้เป็น (80x76) + 22 = 6,084
ส่วนการหารเลขยกกำลังนั้น ไม่แตกต่างจากที่วิธีคิดเดิมเท่าไหร่ เนื่องจากปกติเราหารจากซ้ายไปขวาอยู่แล้ว
ชา ครีย์กล่าวกับทีมข่าววิทยาศาสตร์ว่า อานิสงส์จากการแปลหนังสือ ทำให้เขาได้เรียนรู้เทคนิคการคิดเลขในใจ ซึ่งวิธีที่ได้ประโยชน์มากคือการคำนวณเลขยกกำลัง ซึ่ง ดร.เบนจามินสอนวิธีคำนวณถึงเลข 5 หลัก แต่เขาทำได้ที่เลข 2-3 หลัก ซึ่งการคิดเลขในใจให้เร็วนั้นเขาบอกว่าต้องหมั่นฝึกฝนด้วย ซึ่งวิธีตามหนังสือที่เขาแปลนั้นช่วยได้
สำหรับ ดร.เบนจามินนั้น จบการศึกษาทางด้านคณิตศาสตร์ในระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ และปัจจุบันเป็นศาสตราจารย์คณิตศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วีย์ มัดด์ สหรัฐฯ ซึ่งนอกจากสอนหนังสือแล้ว ยังแสดงมายากลโดยนำเทคนิคทางคณิตศาสตร์มาใช้ในการแสดงด้วย และได้รับยกย่องจากนิตยสารรีดเดอร์ ไดเจสต์ให้เป็น "พ่อมดคณิตศาสตร์อันดับหนึ่งของสหรัฐอเมริกา”
- อ่าน 2326 ครั้ง
มาลองฝึกสมองกันหน่อย กับคณิตคิดเลขเร็ว(ในใจ)
ตามลิ้งเลยครับ
http://www.kibagames.com/Game/Puzzle/Calculations
- อ่าน 1158 ครั้ง
มาลองเล่น คณิตคิดเลขเร็วกัน
เทคนิคอะไรแปลก ๆ เอามาแลกกันนะครับ
1. ถ้าหลักสิบ เป็นเลขตัวเดียวกัน และหลักหน่วยรวมกันได้ 10 มีเทคนิคคือ
(ตย.1)... 24 x 26 = 624
ก. ให้คูณหลักหน่วยก่อนแล้วเขียนไว้ (6 x 4 = 24)
ข. เอาตัวเลขในหลักสิบบวก 1 คูณด้วยตัวเลขนั้น (2 + 1) x 2 = 6
(ตย.2)... 18 x 12 = 216
ก. 8 x 2 = 16
ข. (1 + 1) x 1 = 2
2. ถ้าหลักสิบเป็นเลขตัวเดียวกัน แต่หลักหน่วยรวมกันแล้วไม่ได้ 10
(ตย).... 16 x 15 = 240
ก. ให้คูณหลักหน่วยก่อนแล้วเขียนหลักหน่วยไว้ 6 x 5 = 30 คือ 0
ข. ยก 3 มาตั้งไว้ก่อน จากนั้นให้เอาเลขตัวบนทั้งสองหลักตั้ง + เลขหลักหน่วยของตัวล่างซึ่งก็คือ (16 + 5) = 21
ค. นำ ข. + เลขที่ตั้งไว้ 21 + 3 = 24 นำไปเขียนต่อจาก 0 ก็จะได้ผลลัพธ์
ปล. ถ้าหลักสิบเป็นเลขตัวเดียวกันตั้งแต่ 2 ขึ้นไป ให้บวกในขั้นตอน ข. แล้วคูณเท่ากับตัวเลขนั้น
(ตย.1).... 25 x 26 = 650
ก. 5 x 6 = 30
ข. (25 + 6) x 2 = 62
ค. 62 + 3 = 65
(ตย.2).... 45 x 43 = 1935
ก. 5x3 = 15
ข. (45+3) x 4 = 192
ค. 192 + 1 = 193
บวกวิธีรวมสิบ
เลขบางจำนวนเมื่อรวมกันจะได้เป็น"สิบ"ฉะั้นั้นถ้ามีเลขพวกที่รวมกันได้เป็น"สิบ" มากๆ ก็ควรคิดด้วยวิธีรวมสิบ
ตัวอย่างเช่น 4+5+6+8+5+2+7 = 37
วิธีคิดให้ มองหาตัวเลขที่ัคู่รวมกันแล้วได้สิบเป็นคู่ๆ ดังนี้คือ 4กับ6 หนึ่งคู่ 5กับ5 อีก1คู่ 8กับ2 อีก1คู่ รวมเป็น3คู่ ไ้ด้ผลลัพธ์รวมเท่ากับ 30 รวมกับ 7 ก็จะได้ 37 เป็นคำตอบ
เลขจำนวนเต็มที่ลงท้ายด้วย 5 คูณกับตัวมันเอง (ยกกำลังสอง) เช่น
15 x 15 25 x 25 35 x 35
ถ้าคูณธรรมดาก็ได้คำตอบเหมือนกัน แต่จะเสียเวลามาก
ลองดูวีธี คิดไว ๆ 3 ขั้นตอน.....
1. เขียน 25 ไว้ท้ายสุด ...25
2. เอาตัวหน้าสุดคุณกับตัวที่มากกว่ามันอยู่ 1 เช่น 15 ก็เป็น 1*2 = 2 (ตัวที่มากกว่า 1 อยู่ 1 คือ 2)
3. เติมผลจากข้อ ลงไปหน้าข้อ 1 ก็จะได้เป็นเป็นคำตอบ ..225
ลองลองจิง..........โจทย์ 25*25
1. วาง25ไว้ท้ายสุดก่อน
2. 2*3 ได้ 6 (ตัวที่มากกว่า 2 อยู่ 1 คือ 3)
3. เติม 6 เข้าไปในหน้าข้อ 1 .ได้คำตอบเป็น..... 625
คำตอบ
35*35 = 4*3 ..........1225
45*45 = 5*4 ..........2025
55*55 = 6*5 ..........3025
65*65 = 7*6 ..........4225
ปล . หรือ ถ้าจะคูณด้วย 99 หรือ 999 หรือ 9 อะไรก็ตามแต่ ปัดเป็น 10แล้วค่อยลบออกจะง่ายกว่า
.................................
วิธี + เลขตั้งแต่ 1 ถึง n เช่น 1+2+3+4+...+100
อันนี้ใครๆก้อคงรู้จัก คือ
1) นำเลขตัวสุดท้าย /2
2) นำเลขสุดท้าย + 1
3) นำเลขขั้นตอนที่ 1 และ 2 มา x กัน
2. วิธี + แต่เลข คู่เท่านั้น เช่น2+4+6+8+...+100
ขอให้ จำนวนสุดท้าย = X (ในที่นี้คือ 100)
1) นำ X /2
2) นำ X/2 แล้ว + 1
3) นำจำนวน ในขั้นตอนที่ 1 และ 2 มา x กัน
แสดงวิธี
(100/2){(100/2 )+1}
(50)(51)
2550 ..................ANS
วิธีคิดเลขเร็ว
การหาค่ากำลังสองของเลขที่ลงท้ายด้วย 5 2. ให้เอาตัวหน้าคูณกับจำนวนที่มากกว่ามันอยู่ หนึ่ง คูณได้เท่าไร เขียนเป็นผลลัพธ์ต่อเป็นหลักร้อย , หลักพัน , หลักหมื่น ฯลฯ เป็นผลลัพธ์ ที่ถูกต้อง และ รวดเร็วเทคนิคการคิดลัดในการหาคำตอบให้ได้อย่างรวดเร็ว
1. ให้เอา 5 ตัวท้ายคูณกันได้ 25 ตั้งเป็นผลลัพธ์หลักหน่วย และ หลักสิบไว้ก่อน
2. ให้เอาจำนวนที่อยู่หน้าเลข 5 คูณจำนวนที่มากกว่ามันอยู่ หนึ่ง คูณได้เท่าไร เขียนเป็นผลลัพธ์ต่อ 25 เป็นหลักร้อย , หลักพัน , หลักหมื่น ฯลฯ เป็นผลลัพธ์ ที่ถูกต้อง และ รวดเร็วการคูณเลข 2 หลักที่จำนวนหน้าเท่ากัน จำนวนหลังบวกกันได้ 10
เทคนิคการคิดลัดในการหาคำตอบให้ได้อย่างรวดเร็ว
1. ให้เอา เลข ตัวท้ายคูณกัน ตั้งเป็นผลลัพธ์หลักหน่วย และ หลักสิบไว้ก่อน
เป็นหลักร้อย , หลักพัน , หลักหมื่น ฯลฯ เป็นผลลัพธ์ ที่ถูกต้อง และ รวดเร็ว
2. กรณีที่คูณกันแล้ว ได้ หลักหน่วย อย่างเดียว ให้ใส่เลขศูนย์ เป็นหลักสิบ ( เช่น 1×9 )
การคูณเลข 2 หลักที่จำนวนหลังเท่ากัน จำนวนหน้าบวกกันได้ 10 เทคนิคการคิดลัดในการหาคำตอบให้ได้อย่างรวดเร็ว 1. ให้เอา เลข ตัวท้ายคูณกัน ตั้งเป็นผลลัพธ์หลักหน่วย และ หลักสิบไว้ก่อน 2. ให้เอาตัวหน้าคูณกัน แล้วบวกตัวหลัง หนึ่งตัว เขียนเป็นผลลัพธ์ต่อเป็นหลักร้อย , หลักพัน ,หลักหมื่น ฯลฯ เป็นผลลัพธ์ ที่ถูกต้อง และ รวดเร็ว 3. กรณีที่คูณกันแล้ว ได้ หลักหน่วย อย่างเดียว ให้ใส่เลขศูนย์ เป็นหลักสิบ ( เช่น 1 × 9 ให้เขียน 09 ) การคูณเลข สองหลักที่มีหลักสิบเป็นเลข 1 ทั้งตัวตั้งและตัวคูณ เทคนิคการคิดลัดในการหาคำตอบให้ได้อย่างรวดเร็ว 1. ให้เอาเลข ตัวท้ายคูณกัน ตั้งเป็นผลลัพธ์หลักหน่วย ถ้าคูณกันเกิน 9 ให้ทดหลักสิบไว้ก่อน 2. เอาจำนวนหน้า บวกหลักหน่วยตัวหลัง และ บวกจำนวนที่ทดไว้ เขียนเป็นผลลัพธ์ต่อจากที่เขียนไว้เป็นหลักสิบ หลักร้อย ก็จะได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้อง และรวดเร็ว การคูณเลข สองหลักที่มีหลักหน่วยเป็นเลข 1 ทั้งตัวตั้งและตัวคูณ เทคนิคการคิดลัดในการหาคำตอบให้ได้อย่างรวดเร็ว 1. เขียน 1 เป็นหลักหน่วยที่ผลลัพธ์ ตั้งไว้ก่อน 2. เอาเลข หลักสิบ บวกกับ หลักสิบ ได้เท่าไร เขียนเป็นผลลัพธ์ หลักสิบ ต่อจาก 1 ( ถ้าบวกกันได้เลขสองตัว ให้ทดตัวหน้าไว้ก่อน ) 3. เอาหลักสิบ คูณ หลักสิบ บวกกับตัวทด ได้เท่าไร เขียนผลลัพธ์ ต่อเป็น หลักร้อย หลักพันต่อไป ก็จะได้ผลลัพธ์ ที่ถูกต้อง และรวดเร็ว
.......ขอบคุณที่มาหลายๆ ที่ ด้วยคับ(ม่ะรู้ชื่อ)...
- อ่าน 1216 ครั้ง
รายงานผลการพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูป กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
บทคัดย่อ
การจัดการเรียนการสอนวิชา วิทยาศาสตร์ที่ผ่านมาครูยังจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นเนื้อหาวิชามากเกินไป และยังขาดการจัดการเรียนรู้ตามสภาพจริงผ่านกระบวนการปฏิบัติและเสริมสร้างการคิดอย่างมีเหตุผล ให้ความสำคัญในการใช้สื่อการเรียนที่เชื่อมโยงกับการปฏิบัติไม่มากเท่าที่ควร ดังนั้นการศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูป กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/8/0เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้บทเรียนสำเร็จรูป และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มีต่อกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้บทเรียนสำเร็จรูป กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์กลุ่มตัวอย่าง เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนอนุบาลชื่นชม อำเภอ ชื่นชม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามหาสารคาม เขต 3 จำนวน 20 คน ได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ระยะเวลาในการศึกษา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2552 เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา คือ แผนการจัดการเรียนรู้ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 30 แผน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเป็นแบบเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 50 ข้อ โดยมีค่าความยาก(P) ตั้งแต่ 0.29 ถึง 0.79 ค่าอำนาจจำแนก (B) ตั้งแต่ 0.21 ถึง 0.79 ค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบทั้งฉบับเท่ากับ 0.96 และ แบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อบทเรียนสำเร็จรูป เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ โดยมีค่าอำนาจจำแนกรายข้อของแบบวัดความพึงพอใจ (r) ตั้งแต่ 0.56 ถึง 0.89 ค่าความเชื่อมั่นของแบบวัดความพึงพอใจทั้งฉบับเท่ากับ 0.89 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการศึกษา พบว่า
1. บทเรียนสำเร็จรูป กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 3 เล่ม ที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพ E1 / E2 = 83.83/82.6 แสดงว่าบทเรียนสำเร็จรูป จำนวน 3 เล่ม มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ คือ 80/80
2. เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน นักเรียนที่เรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูป กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 คะแนนทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนคะแนนรวม 402 มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 20.1 คิดเป็นร้อยละ 40.2 และคะแนนหลังเรียนรวมเป็น 826 มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 41.3 คิดเป็นร้อยละ 82.6 คะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
3. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ โดยใช้บทเรียนสำเร็จรูป โดยรวมอยู่ในระดับมาก ( = 4.33) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจ ในระดับมากที่สุด 1 ข้อ ระดับมาก 19 ข้อ ซึ่งในหัวข้อที่นักเรียน มีความพึงพอใจมากที่สุดคือ นักเรียนสนุกกับการศึกษาหาความรู้และข้อมูลจากการสืบค้นหาความรู้ด้วยตนเอง ( = 4.59) โดยสรุป การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้บทเรียนสำเร็จรูป กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีประสิทธิภาพเหมาะสมทำให้นักเรียนสามารถพัฒนาความรู้ความสามารถและทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นระบบ สามารถนำไปจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมาย และเกิดประโยชนต่อการนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันได้
- อ่าน 950 ครั้ง
Sema.go.th



















































