เว็บไซต์

ตัวอย่างข้อสอบ O-NET คอมพิวเตอร์

พัฒนาโดยใช้โปรแกรม HotPotatoes 6 ซึ่งสามารถดาวโหลดได้จาก http://hotpot.uvic.ca/ ง่ายต่อการใช้งาน สามารถสร้างเกม / แบบทดสอบได้หลากหลายประเภท

ผลิตโดย:
นางสาวกาญจนา ตุ่นคำแดง โรงเรียนแม่ปะวิทยาคม อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก

เกมปริศนาอักษรไขว้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์

เกมปริศนาอักษรไขว้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์นี้  พัฒนาโดยใช้โปรแกรม HotPotatoes 6 ซึ่งสามารถดาวโหลดได้จาก http://hotpot.uvic.ca/ ง่ายต่อการใช้งาน สามารถสร้างเกม / แบบทดสอบได้หลากหลายประเภท

ผลิตโดย:
นางสาวกาญจนา ตุ่นคำแดง โรงเรียนแม่ปะวิทยาคม อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก

Question Tag

หลักการจัดดอกไม้

สิ่งที่ต้องเตรียม

-ภาชนะสำหรับจัด หมายถึง ภาชนะสำหรับรองรับดอกไม้มีหลายชนิด เช่น
แจกันรูปทรงต่าง ๆ เช่น กระบุง ตะกร้า ชะลอม

-ที่สำหรับรองภาชนะ เมื่อจัดดอกไม้เสร็จควรมีสิ่งรองรับเพื่อความสวยงาม
ความโดดเด่นของแจกัน เช่นไม้ไผ่ขัดหรือสานเป็นแพ กระจก แป้นไม้

-กรรไกรสำหรับตัดแต่ง

-เครื่องใช้ต่าง ๆ เช่น ลวด ทราย ดินน้ำมัน กระดาษสี
ฟลอร่าเทปสีเขียว ก้านมะพร้าว ลวดเบอร์
24 และ เบอร์ 30

-ดอกไม้ประดิษฐ์พร้อมใบไม้สำเร็จ

-เครื่องประกอบตกแต่ง เช่น กิ่งไม้ ขอนไม้ ตุ๊กตา ขดลวด เป็นต้น

 


 

ดอกไม้ที่นิยมใช้

1.เลือกดอกไม้ตามวัตถุประสงค์สำหรับงานนั้น ๆ

2.ความทนทานของดอกไม้ประดิษฐ์

3.ขนาด เลือกให้เหมาะกับภาชนะ สถานที่ตั้ง และแบบของการจัด

4.การเลือกสี ต้องดูฉากด้านหลังและจุดประสงค์ว่าต้องการ กลมกลืน
หรือตัดกัน

5.ความนิยม เช่นดอกกุหลาบนิยมใช้ในงานมงคล ดอกบัวใช้บูชาพระ

สิ่งควรคำนึงในการจัด ดอกไม้

1.สัดส่วน ควรให้ความสูงของดอกไม้พอดีกับแจกันเช่น แจกันทรงสูง
ดอกไม้ดอกแรกควรสูง เท่ากับ
1.5 - 2
เท่าของความสูงของแจกัน สำหรับแจกันทรงเตี้ยดอกไม้ดอกแรกควรสูง
เท่ากับ
1.5 - 2 เท่าของความกว้างของแจกัน

2.ความสมดุยลควรจัดให้มีความสมดุลไม่หนักหรือเอียงข้างใดข้างหนึ่ง

3.ความกลมกลืน เป็นหัวใจของการจัดต้องมีความสัมพันธ์ทุกด้านตั้งแต่ขนาดของแจกัน
ความเล็กและใหญ่ของดอกไม้ ความมากน้อยของใบที่นำมาประกอบ

4.ความแตกต่าง เป็นการจัดที่ทำให้สวยงามสะดุดตา เช่นจัดดอกไม้เล็ก ๆ
และมีดอกใหญ่เด่นขึ้นมา

5.ช่วงจังหวะ ช่วยให้ดอกไม้มีชีวิตมากขึ้น ควรไล่ขนาด ดอกตูม ดอกแย้ม
จนถึงดอกบาน

6.การเทียบส่วน เป็นความสัมพันธ์กับส่วนต่าง ๆ เช่น
ดอกไม้ดอกเล็กควรใส่แจกันใบเล็ก ตลอดจนที่รองแจกันมีขาดเล็กด้วย

 

ภาพ:Flo3.jpg

รูปแบบการจัดดอกไม้

การจัดดอกไม้โดยทั่ว ๆ ไปแบ่งออกเป็น 3 แบบ ดังนี้

1.การจัดดอกไม้เลียนแบบธรรมชาติ ( เพื่อใช้เอง) เป็นการจัดดอกไม้แบบง่าย
ๆ เพื่อประดับตกแต่งบ้าน โดยอาศัยความเจริญเติบโตของต้นไม้ ดอกไม้ กิ่งไม้
นำมาจัดลงภาชนะ โดยใช้กิ่งไม้ขนาดต่าง ๆ
3
กิ่ง
การจัดดอกไม้แบบนี้ นิยมนำหลักการจัดดอกไม้จากประเทศ

2.การจัดดอกไม้แบบสากล นิยมจัด 7 รูปแบบ คือ รูปทรงแนวดิ่ง
ทรงกลม ทรงสามเหลี่ยมมุมฉากทรงสามเหลี่ยมด้านเท่า ทรงพระจันทร์คว่ำ
ทรงพระจันทร์เสี้ยว ทรงตัวเอส

3.การจัดดอกไม้แบบสมันใหม่ เป็นการจัดดอกไม้ที่มีรูปแบบอิสระ เน้นความหมายของรูปแบบบางครั้งไม่จำเป็นต้องใช้ดอกไม้แต่อาจใช้วัสดุหรือ
ภาชนะเป็นจุดเด่นเป็นการสร้างความรู้สึกให้ผู้พบเห็น การจัดดอกไม้แบบนี้ยังอาศัยหลักเกณฑ์
สัดส่วนและความสมดุลด้วย

การเตรียมดอกไม้ก่อนจัด

1.ดอกไม้ ใบไม้ ที่ซื้อมาจากตลาดต้องนำมาพักไว้ในน้ำอย่างน้อย 45
นาที - 2 ชั่วโมง

2.นำดอกไม้มาลิดใบที่ไม่สวย เหี่ยว หรือไม่จำเป็นออกไป

3.ตัดก้านดอกไม้ใต้น้ำ หากก้านไม่แข็งให้ตัดตรง
หากก้านแข็งให้ตัดเฉียงประมาณ
1
นิ้ว

4.แช่ดอกไม้พักไว้ในน้ำมาก ๆ

5.ดอกไม้ที่ซื้อมาค้างคืนให้ห่อด้วยใบตองหรือกระดาษ
นำไปแช่ไว้ในถังน้ำ เพื่อไม่ให้ดอกบานเร็ว

 

ภาพ:Flo4.jpg

หลักทั่วไปในการจัดแจกันดอกไม้

1.หน้าที่และประโยชน์ใช้สอย ก่อนจัดควรจะทราบวัตถุประสงค์ในการจัดตกแต่งก่อนว่า
จะใช้ในงานอะไร และจะจัดวางที่ไหน เช่น วางกลางโต๊ะ วางมุมโต๊ะ ชิดผลัก หรือแจกันติดผนัง
เป็นต้น และควรดูด้วยว่า ลักษณะของห้องที่จะจัดวางเป็นห้องลักษณะแบบใด ทรงใด
และขนาดเล็ก ปานกลางหรือใหญ่ เพื่อเราจะได้เลือกแจกันและดอกไม้ที่เหมาะสมกับห้องนั้น
ๆ ด้วย

2.สัดส่วน สัดส่วนเป็นเรื่องสำคัญมาก ที่จะกำหนดว่าแจกันที่จัดเสร็จจะสวยหรือไม่สวย
ถ้าสัดส่วนไม่สมดุลย์แจกันที่จัดออกมาก็ไม่สวย สิ่งที่ต้องคำนึง

2.1ภาชนะทรงเตี้ย ความสูงที่จัดควรเป็น 1.5-2 เท่า
ของความกว้างของภาชนะ

2.2ภาชนะทรงสูง ความสูงที่จัดควรเป็น 1.5-2 เท่า
ของความสูงของภาชนะ

3.การเทียบส่วน ระหว่างดอกไม้กับแจกัน, แจกันกับขนาดของห้อง

4.ความสมดุลย์ เป็นความถ่วงดุล เช่น ซ้ายขวาเท่ากัน หรือ สองข้างไม่เท่ากันแต่หนักไปทางใดทางหนึ่งก็ได้
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของผู้จัด

5.การเลือกสี เส้นและขนาดให้แตกต่าง กัน เช่น สีกลาง อ่อน
เส้นที่โค้งเรียว ขนาดดอกมีใหญ่เล็กเป็นต้น

6.ความกลมกลืน คือ การเข้ากันอย่างสอดคล้องระหว่างองค์ประกอบต่าง ๆ

7.ความแตกต่าง เช่น สีของดอก ใบ และภาชนะที่มีสีแตกต่างกัน
แต่ความแตกต่างไม่ควรเกิน
20%

8.การสร้างจุดเด่น คือ จัดให้มีตัวเด่น ตัวรอง และให้มีการส่งเสริมกันและกัน

การจัดดอกไม้สำหรับงานเเต่งงาน

หลักในการจัดดอกไม้ในงานเเต่ง

 


ดอกไม้ในงานแต่งงาน เปรียบได้กับเครื่องประดับชิ้นสวยของงาน ที่เจ้าภาพจัดเตรียมไว้ต้อนรับสร้างความประทับใจให้กับแขกเหรื่อ
และยังเป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะช่วยทำให้ความทรงจำที่เก็บไว้ในภาพถ่ายงดงาม

นักจัดดอกไม้ได้เห็นพ้องต้องกันว่า การจัดดอกไม้ในงานแต่งงานไม่ได้ยึดถือเรื่องเทรนด์เป็นสำคัญ
ขึ้นอยู่กับฤดูกาลของดอกไม้และความชอบของคู่บ่าว-สาวมากกว่า ดังนั้นก่อนจะไปพบนักจัดดอกไม้
คุณควรทำการบ้านโดยการพูดคุยตกลงกันว่าด้วยประเด็นต่างๆดังต่อไปนี้

       ต้องมีคอนเซ็ปต์ชัดเจนในใจ ว่าจะจัดงานแต่งงานแบบไหน ชอบดอกไม้โทนสีอะไร
สไตล์ไหน ทุกวันนี้คนนิยมจัดดอกไม้โทนสีขาว-เขียว เพราะเป็นสีที่ปลอดภัยหายห่วง
ดูเรียบร้อยและโก้หรู แต่เวลาถ่ายรูปออกมาสีอาจจืดชืดไป ถ้าคุณชอบสีสันสดใส แนะนำให้ลองจัดธีมสีแดง-ชมพู
หรือสีเหลือง-ส้ม โทนสีเหล่านี้มีดอกไม้ให้เลือกใช้ได้มากมายหลายชนิด

      เมื่อเห็นพ้องต้องกันแล้ว
อย่าลืมถามความเห็นชอบของครอบครัวด้วย โดยเฉพาะญาติผู้ใหญ่ที่ช่วยซัพพอร์ทงบประมาณการจัดงานแต่งงานให้คุณ
หากขัดแย้งกันควรพูดคุยให้เข้าใจ ดีกว่าต้องมารื้อหน้างาน เพราะจะเป็นเรื่องวุ่นวายมาก

     หาสถานที่จัดงานให้เรียบร้อยเสียก่อน คอนเซ็ปต์ของดอกไม้ที่คุณคิดไว้ควรไปกันได้กับสไตล์ของห้องที่จะจัดงาน
เช่น ถ้าห้องหรูหรา ใหญ่โต แต่อยากจัดดอกไม้สไตล์มินิมัลลิสม์คงไม่เหมาะ เพราะดอกไม้จะจมหายไปทันที

     งบประมาณ ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าบ่าวเจ้าสาวให้ความสำคัญกับดอกไม้ในงานแต่งงานมากแค่ไหน
นักจัดดอกไม้ส่วนใหญ่ชอบให้ลูกค้าบอกงบประมาณในใจมาก่อน เพราะจะทำงานได้ง่ายขึ้น
รู้ว่าควรจะครีเอทมากแค่ไหน เพราะถ้าให้คิดไปก่อนโดยไม่บอกงบประมาณ
บางคนอาจมีไอเดียบรรเจิด อยากสร้างสรรค์งานของคุณให้สวยที่สุด แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้
เพราะติดเรื่องงบประมาณ ทำให้เสียเวลากันทั้งสองฝ่าย

     เมื่อทราบงบประมาณคร่าวๆ นักจัดดอกไม้จะดีไซน์การจัดดอกไม้เลือกชนิดของดอกไม้ที่จะใช้
แล้วกลับมาคุยกันอีกครั้ง หากคุณชอบใจและตกลงราคากันได้ จะต้องเตรียมสตางค์ไว้เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานล่วงหน้าด้วย
จำนวนเงินจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่จะตกลงกัน

     ควรมีเวลาเตรียมงานล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งเดือน เพราะนักจัดดอกไม้จะต้องไปดูขนาดห้องที่จะจัดงานเพื่อออกแบบและคิดคำนวนว่า
จะต้องใช้ดอกไม้มากน้อยแค่ไหนถึงกำลังสวย แล้วจึงสั่งดอกไม้ ดอกไม้บางชนิดต้องนำเข้าจากต่างประเทศ
แล้วยังต้องเตรียมงานโครงสร้างต่างๆ เช่น โครงเหล็กซุ้มประตู ทำ
backdrop หรือฉากหลังไว้สำหรับถ่ายรูป

ประเภทของการจัดดอกไม้

จัดดอกไม้สไตล์ Topiar

ภาพ:Flo6.jpg

โทปิอารี่ (Topiary) เป็นศิลปะการตกแต่งไม้พุ่มให้เป็นรูปทรงต่างๆ
โดยเฉพาะรูปทรงเรขาคณิต เช่น รูปทรงกลม รูปสามเหลี่ยม หรือรูปสี่เหลี่ยม
รวมทั้งการตกแต่งให้เป็นรูปคน สัตว์ หรือสิ่งของต่างๆ ซึ่งศิลปการตกแต่งดังกล่าวนี้เป็นที่นิยมตั้งแต่ยุคโบราณจนกระทั่งถึง
ปัจจุบันนี้และต่อมานักจัดดอกไม้ก็ได้นำศิลปะการจัดโทปิอารี่มาใช้ในการจัด ดอกไม้ด้วย
โดยโทปิอารี่ที่จัดง่ายที่สุดคือรูปทรงกลม และดอกไม้ที่จัดโทปิอารี่ได้สวยที่สุดก็คือ
ดอกกุหลาบนั่นเอง

การจัดดอกไม้รวม

 


 

การจัดดอกไม้รวมให้ออกมาดี คือ ดอกไม้แต่ละแบบต้องส่งเสริมซึ่งกันและกัน
และการส่งเสริมกันนี้ จะทำให้ความงามของดอกไม้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

การจัดดอกไม้สีโทนร้อน

 


 

สีโทนร้อนได้แก่ สีแดง สีส้มหรือสีแสด สีเหลือง สีม่วง เป็นต้น
สีโทนร้อนเป็นสีที่แสดงถึงพลัง ความบ้าคลั่ง ความตื่นเต้นเร้าใจ การเย้ายวน
ความกระฉับกระเฉง และไม่พ่ายแพ้ง่าย ๆ ถ้าคุณจะจัดดอกไม้โทนร้อนในบ้าน
ควรเลือกมุมที่แสงแดดส่องถึง การจัดลำดับสีโทนร้อนมีความหลากหลาย ที่จะทำให้คุณมีความคิดสร้างสรรค์แบบไม่จำกัด

การจัดดอกไม้สีโทนอ่อน 


สีโทนอ่อนเป็นสีเย็นตา เช่น สีขาว มักใช้ในโอกาศสำคัญเกี่ยวกับทางศาสนา
เช่น งานแต่ง ดอกไม้สีขาวเป็นทางเลือกคลาสสิค ความงามตามธรรมชาติของดอกไม้สีอ่อน ทำให้ดูดีขึ้นได้ด้วยการเลือกใบอย่างชาญฉลาด
ภาชนะที่ใส่ถ้าเป็นดอกสีขาว

 

ภาชนะอาจจะเลือกให้อยู่ในโทนเดียวกันก็ได้ จะให้ความงามที่สบายตา และดูมีรสนิยม

การจัดดอกไม้ขนาดใหญ่

 

ภาพ:Flo13.jpg

การจัดดอกไม้ขนาดใหญ่ ต้องการภาชนะที่ใหญ่และหนัก ภาชนะที่ใช้อาจจะเป็นแจกันขนาดใหญ่
โอ่งขนาดเล็กหรือกลาง หรือง่าย ๆ ถังสีที่คุณใช้แล้ว ทำความสะอาดสักหน่อย ก็จะให้ความสวยที่ไม่แพ้กับแจกันราคาแพง
ยิ่งเป็นการจัดดอกไม้ใหญ่เท่าไร ความสำคัญของภาชนะก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น
เนื่องจากเป็นจุดสนใจด้วย

การจัดดอกไม้สมัยใหม่

 การจัดดอกไม้แบบสมัยใหม่ ดูเหมือนจะได้รับอิทธิพลมาจากญี่ปุ่นเป็นอันมาก โดยมีอิทธิพลของจิตรกรเป็นส่วนประกอบด้วย
เพราะลักษณะรูปแบบในการจัดดอกไม้ตามแบบสมัยใหม่ มีทีท่าส่อไปในรูปแบบที่คำนึงถึงความง่าย
ความสะดวก เช่นเดียวกับการจัดดอกไม้แบบญี่ปุ่น ไม่พิถีพิถันในการเลือกสรรวัสดุการจัดและอุปกรณ์แต่อย่างได
หากแต่ว่าได้เน้นหนักไปในทางที่จะต้องทำให้ได้ส่วนสัมพันธ์และรับกันกับแบบ ของเครื่องเรือนหรือลักษณะและรูปแบบของห้องที่นำมันไปประดับเป็นส่วนประกอบ
มากกว่าอื่นใดทั้งหมด

        ความสวยงามละลานตาตามคติเก่าๆ ในการจัดดอกไม้ แทบจะไร้ความหมาย สำหรับการจัดดอกไม้ตามแบบสมัยใหม่นี้
เหตุนี้เอง หลักสำคัญในการจัดดอกไม้แบบนี้จึงขึ้นอยู่กับแนวหรือเส้นของรูปพรรณ อันเป็นผลทำให้ไม้และใบไม้ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญยิ่งกว่าดอกไม้เสียด้วยซ้ำ

        การคำนึงในเรื่องของสีได้เป็นสิ่งที่พึงระมัดระวังเป็นกรณี พิเศษทีเดียว
เพราะรสนิยมของคนในสมัยใหม่นั้น ส่วนมากมักไม่ใคร่ชอบสีที่ตัดกันอย่างแท้จริง หากแต่ชอบสีที่กลมกลืนคล้ายคลึงกันมากกว่า
เช่น ห้องสีแดง ก็มักจะจัดดอกไม้สีแดงแก่หรืออ่อน หรือสีชมพู หรือสีส้ม อย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองสามอย่างควบคู่กัน
ทั้งนี้ต้องแล้วแต่รสนิยมของแต่ละบุคคล ยิ่งไปกว่านั้น แม้การเลือกสีจะเป็นสีที่มีโทนเดียวกัน
แต่ก็ยังต้องคำนึงถึงน้ำหนักของสีอีกด้วย กล่าวคือ มักจะไม่นิยมใช้สีที่สดกว่า
หรือแก่กว่ากันจนเกินไป ถ้าสมมุติว่า ห้องนั้นเป็นสีอ่อนหรือสีจางๆ
ก็มักจะต้องใช้ดอกไม้สีอ่อนหรือจางด้วย จะเข้มกว่าหรือจางกว่าก็เพียงเล็กน้อย
ไม่แตกต่างกันจนเกินไปนัก

การจัดดอกไม้แบบสมัยใหม่นั้น

เราอาจจะแบ่งออกได้เป็น
3 ประเภท คือ

        แบบโมเดิร์น หรือแบบทันสมัย

        แบบแอ๊บสแตร็ค หรือแบบคำนึงถึงสัญลักษณ์มากกว่าความสมจริง

        แบบแฟนซี หรือแบบที่ดูแปลกๆ พิสดาร

        ลักษณะ วิธีการ และรูปแบบ การจัดดอกไม้แบบสมัยใหม่ทั้ง 3 ประการนั้น ส่วนใหญ่มิได้แตกต่างกันมากนัก เพราะหลักการสำคัญที่ยึดถืออยู่ก็คือ
เส้นหรือแนวนั้นเอง จนอาจจะกล่าวได้ว่า เป็นการจัดแบบเดียวกัน
แต่ที่แยกประเภทเอาไว้นั้น ก็เพื่อที่จะให้เป็นที่เห็นได้ชัดเจนขึ้น และเป็นการสะดวกที่จะทำความเข้าใจกันในโอการต่อไปเท่านั้น

        งานศิลปะนั้น ไม่ว่าจะเป็นศิลปะประเภทใด ต่างก็ต้องการรูปแบบที่สร้างสรรค์
เป็นตัวของตัวเอง ไม่ลอกเลียนแบบใคร ทั้งนี้หากเราสร้างสรรค์งานศิลปะได้แต่เพียงวิธีที่ต้องลอกเลียนแบบเสียแล้ว
งานก็ย่อมไม่ก้าวหน้า ความสามารถก็จะมีอยู่ในขอบเขตที่จำกัด ถ้าเปรียบเทียบ ก็จะเหมือนกับนกแก้วหรือนกขุนทองที่พูดได้ก็เฉพาะถ้อยคำที่เจ้าของสอนเอาไว้
ให้พูดเท่านั้น จะคิดหรือพูดคำอื่นๆ ไม่ได้ ซึ่งมันไม่ผิดอะไรกับเครื่องจักร
ดังเช่นวิทยุ โทรทัศน์ ที่จะเกิดภาพหรือมีเสียงก็แต่เฉพาะที่คนจัดรายการส่งออกอากาศเท่านั้น
คนที่รับฟังหรือชมอยู่ แม้จะอยากชมสิ่งแปลก ก็ไม่สามารถฟังหรือชมได้ดังใจปรารถนา
ค่าของมันก็ลดน้อยลง คราวนี้ถ้าเรามาลองสมมุติกันดูว่า หากเรามีโทรศัพท์ที่สามารถจะให้ภาพให้เสียงได้ตามที่ใจเราต้องการจะได้เห็น
ได้ยิน หรือมีวิทยุที่สามารถส่งเสียงเพลงที่เราต้องการฟังได้ทุกขณะทุกเวลา วิทยุหรือโทรทัศน์เครื่องนั้นๆ
จะกลายเป็นของที่มีค่าเลอเลิศเพียงใดเห็นจะไม่จำเป็นต้องพูดถึงกันอีก

 


สร้างโดย: 

นางสาวรัตนา เทียนสี

ผลิตโดย:
http://www.thaigoodview.com/node/20168

ไบโอดีเซล

ไบโอดีเซลคือะไร หาคำตอบดูได้จากที่นี่เลยครับ

ผลิตโดย:
โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสเซเวียร์

วิชา เคมีพื้นฐาน

เป็นวิชาวิทยาศาสตร์ศูนย์กลาง เนื่องจากวิชาเคมีนั้นเชื่อมต่อวิชาวิทยาศาสตร์อื่นๆ เข้าด้วยกัน

เช่น  วิชาชีววิทยา (สารต่างๆที่หลั่งออกมาจากระบบต่างๆขอ่างกาย , เอนไซม์)

วิชาฟิสิกส์ (หลักการผลิตวัตถุดิบให้คงทนแข็งแรง , โครงสร้างต่างๆ , พอลิเมอร์)

ลองแวะเข้ามาดูกันได้เลย.....

ผลิตโดย:
โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสเซเวียร์

เคมี PETROLEUM และ POLYMER

เป็นความรู้ที่ดีเกี่ยวกับเคมีนะครับ

เชิญลองเข้ามาชมดูก่อนได้เลยครับ

ผลิตโดย:
โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสเซเวียร์

พลังงานและโมเมนตัม

เป็นบทเรียนที่น่าสนใจมากครับ

ลองคลิ้กตามเข้ามมาดูเลยครับ

ผลิตโดย:
โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสเซเวียร์ เมืองทองธานี

วันเทคโนโลยีของไทย

วันเทคโนโลยีของไทย
ตรงกับวันที่ 19 ตุลาคม ของทุกปี

 

     วันเทคโนโลยีของไทย เป็นวันเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดย กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นหน่วยงานหลักในการจัดงานและกิจกรรมเกี่ยวกับการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในฐานะที่ทรงเป็น “พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย” โดยมีการเริ่มจัดงานครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2544

     เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2543 คณะรัฐมนตรีมีมติให้ความเห็นชอบในการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฐานะทรงเป็น "พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย" และให้วันที่ 19 ตุลาคมของทุกปีเป็น "วันเทคโนโลยีของไทย" เนื่องจากวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2515 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้ทรงอำนวยการสาธิตฝนเทียมสูตรใหม่ครั้งแรกของโลกด้วยพระองค์เอง ณ เขื่อนแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี และทรงพระปรีชาสามารถทำให้ฝนตกลงตรงเป้าหมาย ท่ามกลางสายตาของคณะผู้แทนของรัฐบาลจากต่างประเทศ เป็นครั้งแรก  คณะรัฐมนตรีจึงมอบหมายให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นหน่วยงานหลักในการจัดงาน "พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย" และ "วันเทคโนโลยีของไทย" ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดี และรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอด โดยทรงศึกษาค้นคว้าวิจัย และทรงนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ มาประยุกต์ใช้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ตลอดจนเป็นการแสดงเทคโนโลยี ที่คิดค้นประดิษฐ์และพัฒนาโดยคนไทย เพื่อเป็นการกระตุ้น ให้สาธารณชนเกิดความเชื่อมั่นและเข้าร่วมพัฒนาเทคโนโลยีของไทย

สร้างโดย: 

เบญจมาศ ภัคโชค

ผลิตโดย:
เบญจมาศ ภัคโชค

CAI on Web : การออกแบบเบื้องต้นด้วยโปรแกรม Pro/DESKTOP

CAI on Web : การออกแบบเบื้องต้นด้วยโปรแกรม Pro/DESKTOP คลิกเข้าสู่เนื้อหา

ผลิตโดย:
นายไตรรัตน์ เชื้อทองพิทักษ์

ความหมายของคำในภาษาไทยตามระดับชั้น

สวัสดีค่ะ ยินดีที่จะได้แนะนำให้รู้จักความหมายของคำศัพท์ในภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ซึ่งเป็นคำศัพท์ง่าย ๆที่ควรทำความรู้จักและทำความเข้าใจความหมายของคำในภาษาไทยตามระดับชั้น  คลิกเข้าสู่เนื้อหา

จัดทำโดย

นางวัฒนา  วิไชย โรงเรียนบ้านหนองหมู จังหวัดสระแก้ว
Copyrigth (c ) 2006 Ms.wattana Wichai. All right reserved.

ผลิตโดย:
นางวัฒนา วิไชย โรงเรียนบ้านหนองหมู จังหวัดสระแก้ว

ชนิดของคำไทย

    คำไทยแบ่งออกเป็น 7 ชนิด แต่ละชนิดมีลักษณะและหน้าที่แตกต่างกันออกไป การเรียนรู้เรื่องลักษณะของคำเพื่อสร้างเป็นกลุ่มคำและประโยคเป็นเรื่องสำคัญ และจำเป็นอย่างยิ่งในการเรียนและการใช้ภาษาในชีวิตประจำวัน

        คำแต่ละคำมีความหมาย ความหมายของคำจะปรากฏชัดเมื่ออยู่ในประโยค การสังเกตตำแหน่งและหน้าของคำในประโยคจะช่วยให้เราทราบชนิดของคำรวมทั้งความหมายด้วย ดังนั้นการศึกษาให้เข้าใจหน้าที่และชนิดของคำในประโยคจึงมีความสำคัญมากเพราะจะช่วยให้เราสามารถใช้คำได้ถูกต้องตรงตามความหมายที่ต้องการ   คลิกเข้าสู่เนื้อหา

ผลิตโดย:
ครูศรีสุดา ลัทธิคุณ

Pua Biology - มาเรียนชีววิทยาผ่าน Podcast กันเถอะ

          เมื่อได้เข้าชมเว็บไซต์ www.puabio.com นักเรียนสามารถดาวน์โหลด podcast บันทึกการสอนวิชาชีววิทยามาฟังได้ โดยรับฟังผ่าน computer หรือ เครื่องเล่น MP3 เป็นสื่อการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ที่นักเรียนสามารถรับฟังการเรียนการสอนได้ ตลอด 24 ชม. ผ่านเครื่องเล่น MP3/MP4/ipod ซึ่งสามารถทบทวนบทเรียนได้ทุกที่ เมื่อไม่เข้าใจหรือต้องการทบทวนเนื้อหาบทเรียนส่วนไหน สามารถย้ัอนกลับมาฟังได้

 

 

 

คำแนะนำ ควรศึกษาเอกสาร/หนังสือเรียนประกอบการฟัง เพื่อให้เข้าใจเนื้อหาบทเรียนจากการฟังมากยิ่งขึ้น

ติดตามฟัง podcast ชีววิทยาได้ที่ www.puabio.com

ผลิตโดย:
ครูภานุลักษณ์ แสงเนตร - กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ โรงเรียนปัว อำเภอปัว จังหวัดน่าน

การงานอาชีพและเทคโนโลยี (ง 33102-คอมพิวเตอร์)

ความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยี ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

ผลิตโดย:
นายยุทธ แหวนทอง

ดนตรีกับการฟัง

http://www.lks.ac.th/band/page1.htm   เรื่อง ดนตรีกับการฟัง  คลิกเข้าสู่เนื้อหา

ผลิตโดย:
นางสาว เอมวิกา พูสี
Syndicate content